| SMART-I
SMART-I
สำหรับบทความ/รายละเอียดเกี่ยวกับ SMART-I เราขอนำเอารายละเอียดส่วนหนึ่งมาจากhttp://gotoknow.org/blog/lovemath/114265 ซึ่งเขียนเอาไว้ :
SMART-I คืออะไร
SMART-I หรือข้อสอบสอบตรงเข้าปริญญาตรี บริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คืออะไร เป็นเรื่องที่ควรรู้สำหรับ คุณครูมัธยม คุณครูแนะแนว ผู้ปกครอง และน้องๆที่เรียนอยู่มัธยมปลาย และอยากศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SMART-I (Scholastic Management Aptitude Requirement Test – I) หรือ SMART for Undergraduate Level คือ…
ชุดข้อสอบที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดย ศูนย์ทดสอบทักษะด้านการจัดการแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยใช้เครื่องมือในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อประเมินความพร้อมและความเหมาะสมของบุคคลในการเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีทางการบัญชีและบริหารธุรกิจ
SMART-I หรือ SMART for Undergraduate Level ใช้กับใคร
ผู้เข้าทดสอบ SMART for Undergraduate Level โดยส่วนใหญ่ คือ ผู้ประสงค์เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีทางการบัญชีและบริหารธุรกิจทั้งหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติ (BBA) ผ่านโครงการรับตรง (Direct Entrance) ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคณะฯได้มอบหมายภารกิจในการจัดสอบให้แก่ศูนย์ทดสอบทักษะด้านการจัดการแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พัฒนาแบบทดสอบชุดนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีทางการบัญชีและบริหารธุรกิจของคณะฯ
SMART-I หรือ SMART for Undergraduate Level วัดอะไร
การทดสอบข้อเขียนโดยใช้ข้อสอบ SMART for Undergraduate Level นั้นจุดมุ่งหมายประการสำคัญ คือ การวัดระดับความสามารถทางวิชาการที่จำเป็นและเหมาะสมในการศึกษาในระดับปริญญาตรีทางการบัญชีและบริหารธุรกิจของนักศึกษา โดยผลการทดสอบนั้นจะสะท้อนความสำเร็จของการเรียนในระดับปริญญาตรี ข้อสอบ SMART for Undergraduate Level เป็นมาตรวัดที่มีทั้งความเที่ยง(Reliability) และความตรง (Validity) ของกระบวนการคัดเลือกเข้าศึกษาโดยผู้สมัครจะเข้าทดสอบด้วยแบบทดสอบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ผลสอบที่ออกมาสามารถนำไปเปรียบเทียบระหว่างผู้สมัครได้อย่างเป็นรูปธรรม
SMART-I หรือ SMART for Undergraduate Level มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
ข้อสอบ SMART for Undergraduate Level เป็นข้อสอบแบบปรนัย(ภาษาไทย) ทั้งหมด 120 ข้อ ให้เวลาทำข้อสอบประมาณ 3 ชั่วโมง 15 นาที ข้อสอบแบ่งเป็น 4 ส่วนแจกข้อสอบทุกส่วนพร้อมกัน และกำหนดให้ทำแต่ละส่วนตามช่วงเวลาที่กำหนด โดยมีรายละเอียดแต่ละส่วนดังนี้
ข้อสอบส่วนที่ 1 วัดความสามารถด้านคณิตศาสตร์ 30 ข้อ (60 นาที 5 ตัวเลือก)
เป็นข้อสอบซึ่งวัดความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับการศึกษาในระดับปริญญาตรีทางการบัญชีและบริหารธุรกิจ โดยเน้นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ บัญญัติไตรยางศ์ ร้อยละ กำไรขาดทุน อัตราส่วน ของผสม การเพิ่มการลด การทำงานแรงงาน การเดินทางเคลื่อนที่ เรขาคณิต พีชคณิต เซต จำนวนจริง สมการ อสมการ ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน เรขาคณิตวิเคราะห์ ลำดับและอนุกรม วิธีเรียงสับเปลี่ยน การ
จัดหมู่ ความน่าจะเป็น และสถิติ
ข้อสอบส่วนที่ 2 วัดความสามารถด้านการอ่าน 30 ข้อ (60 นาที 5 ตัวเลือก)
เป็นข้อสอบซึ่งวัดความสามารถในการทำความเข้าใจ วิเคราะห์ และสรุปประเด็นของบทความ ประกอบ ด้วย บทความสั้นประมาณ 10 ข้อ และบทความยาวประมาณ 40-50 บรรทัดหรือ 1-2 หน้ากระดาษ A4 จำนวน 2-3 บทความ ประมาณ 20 ข้อ
ข้อสอบส่วนที่ 3 วัดความสามารถด้านภาษาอังกฤษ 40 ข้อ (60 นาที 4 ตัวเลือก)
เป็นข้อสอบซึ่งวัดความสามารถด้านภาษาอังกฤษ โดยเน้นทักษะด้านการอ่านบทความ คำศัพท์ และไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย
- Reading Comprehension 3 เรื่อง 20 ข้อ
- Sentence Completion (เติมคำ, เติมประโยค) 10 ข้อ
- Vocabulary 5 ข้อ
- Error 5 ข้อ
ข้อสอบส่วนที่ 4 วัดความรู้รอบตัว 20 ข้อ (15 นาที 5 ตัวเลือก)
เป็นข้อสอบซึ่งวัดความรอบรู้ในด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยี รวมถึงข่าวสารและความรอบรู้ในด้านต่างๆในปัจจุบัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญซึ่งบ่งบอกถึงความเหมาะสมในการศึกษาด้านการบัญชีและบริหารธุรกิจ
เกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนน SMART for Undergraduate Level
คะแนนรวมเมื่อแปลงเป็นคะแนนสำหรับโครงการรับตรงฯ ตามค่าน้ำหนักที่กำหนดแล้วไม่น้อยกว่า 47.5 คะแนนจาก 95 คะแนน และคะแนนแต่ละส่วนของ SMART-I ไม่น้อยกว่า 30 คะแนน
สำหรับรายละเอียดลองเข้าไปดูได้โดยตรงที่เวบของ Smart-I นะครับถ้าไม่รู้ลองค้นจาก google ก็ได้เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงบางประการ
คำแนะนำสำหรับการเตรียมตัว
1. ระดับความยากของโจทย์คณิตศาสตร์ใกล้เคียงกับข้อสอบคณิตศาสตร์ของ GMAT หรือ CU-BEST แต่มีความซับซ้อนน้อยกว่า
2. การอ่านส่วนใหญ่เป็นการทดสอบเพื่ออ่านจับใจความหรือลักษณะเด่นบทความที่นำมาให้อ่านเนื้อหาค่อนข้างเกี่ยวกับเชิงธุรกิจ หรือ เศรษฐกิจ ต้องอ่านให้เร็วและจับประเด็นหลักให้ได้ ควรฝึกทดสอบอ่านข้อสอบภาษาไทยปีเก่าๆ ที่มีบทความยาวๆ หรือ ข้อสอบภาค ก. ของ ก.พ. ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายๆ กัน
3. ข้อสอบภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ดัดแปลงจากข้อสอบ TU-GET ของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนั้นรูปแบบของข้อสอบจึงคล้ายข้อสอบ TU-GET ควรระวังเพราะส่วนใหญ่มักไม่ผ่านภาษาอังกฤษ
4. ข้อสอบความรู้รอบตัว ส่วนใหญ่จะเน้นความรู้รอบตัวเกี่ยวกับข้อมูลที่สำคัญของประเทศไทย ความรู้ทางบริหารธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม การเงิน การคลัง การเมือง สถานการณ์โลก องค์กรหรือหน่วยงานที่สำคัญทั้งใน และนอกประเทศ ชื่อบุคคลสำคัญ เหตุการณ์บ้านเมืองหรือเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในช่วงใกล้สอบ ดังนั้นควรติดตามข่าวสารต่างๆตลอดเวลา รวมทั้งควรอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจบ้าง
ที่มา : http://gotoknow.org/blog/lovemath/114265
สอนพิเศษ |